พื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ กระเบื้อง หรือพรม ล้วนเป็นพื้นที่หลักที่เราใช้ชีวิตอยู่ และเป็นหนึ่งในแหล่งสะสมเชื้อโรคที่สำคัญที่สุดในบ้าน เชื้อโรคเหล่านี้ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศเท่านั้น แต่เกาะติดอยู่ตามพื้นผิว และเมื่อเราสัมผัสหรือเชื้อโรคถูกพัดลอยขึ้นสู่อากาศ ก็สามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หลากหลาย
I. ประเภทของเชื้อโรคที่ซ่อนตัวบนพื้นบ้าน
เชื้อโรคบนพื้นบ้านส่วนใหญ่มักมาจากภายนอก (ผ่านรองเท้า สัตว์เลี้ยง หรือฝุ่นที่พัดเข้าทางหน้าต่าง) และจากกิจกรรมภายในบ้าน (เช่น การทำอาหาร การไอจาม หรือการใช้ห้องน้ำ) เชื้อโรคหลักๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่:
- แบคทีเรีย (Bacteria):
- ที่มา: ส่วนใหญ่มักมาจากมูลสัตว์เลี้ยง ห้องน้ำ หรืออาหารที่หกและไม่ได้ทำความสะอาดทันที
- ตัวอย่าง:
- เชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella): มักพบในบริเวณใกล้ครัวหรือทางเข้าบ้านที่อาจมีการปนเปื้อนจากภายนอก เป็นสาเหตุหลักของโรคทางเดินอาหาร อาการอาเจียน ท้องร่วง และไข้
- เชื้ออีโคไล (E. Coli): มักพบในบริเวณใกล้ห้องน้ำหรือบริเวณที่มีการสัมผัสอุจจาระ ก่อให้เกิดโรคท้องร่วง
- เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus – MRSA): สามารถอยู่รอดบนพื้นผิวได้ระยะหนึ่ง หากเข้าสู่บาดแผลที่ผิวหนังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้
- เชื้อราและสปอร์ (Fungi and Spores):
- ที่มา: เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ใต้พรม พื้นห้องน้ำ หรือบริเวณที่มีน้ำซึม
- ตัวอย่าง: เชื้อราดำ (Black Mold) ที่มักก่อให้เกิดปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
- ไวรัส (Viruses):
- ที่มา: ติดมากับการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคแล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า
- ตัวอย่าง: ไวรัสไข้หวัดใหญ่, ไวรัสโคโรนา (ที่อาจติดอยู่บนพื้นผิวได้ระยะหนึ่ง) หรือไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร
- สารก่อภูมิแพ้ (Allergens):
- ที่มา: ฝุ่น, สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง (Dander), และไรฝุ่น (Dust Mites) ซึ่งมักสะสมอยู่ตามร่องพื้นและพรมอย่างหนาแน่น
II. ผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพจากการสัมผัสเชื้อโรคบนพื้นบ้าน
การสัมผัสเชื้อโรคบนพื้นบ้านสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (เด็กเล็กที่คลานบนพื้น, ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง)
1. ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
นี่คือผลกระทบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะจาก ไรฝุ่น และ เชื้อรา ที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศ:
- โรคภูมิแพ้และหอบหืด: การสูดดมสปอร์ของเชื้อราหรือของเสียจากไรฝุ่นเป็นประจำ ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม และกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบในผู้ป่วย
- โรคปอดอักเสบจากภูมิแพ้ (Hypersensitivity Pneumonitis): เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสปอร์ของเชื้อราหรือสารอินทรีย์บางชนิดที่รุนแรง หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในปอด และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
2. ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร
การสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำมือเข้าสู่ปาก (โดยเฉพาะในเด็กเล็ก) เป็นช่องทางการติดเชื้อหลัก:
- โรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา หรืออีโคไล ซึ่งทำให้มีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และขาดน้ำอย่างรุนแรง
- โรคตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A): สามารถติดต่อผ่านการปนเปื้อนจากพื้นผิวที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ปาก
3. ผลกระทบต่อผิวหนังและบาดแผล
เชื้อโรคบางชนิดสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลเล็กๆ ที่ผิวหนัง หรือทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้:
- การติดเชื้อที่บาดแผล: หากมีบาดแผลเปิด เชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนพื้นสามารถทำให้เกิดการอักเสบ หนอง หรือการติดเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นเซลลูไลติส (Cellulitis)
- โรคเชื้อราที่ผิวหนัง: เช่น โรคกลากเกลื้อน หรือฮ่องกงฟุต ซึ่งสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะและมีเชื้อรา เช่น พื้นห้องน้ำ
III. แนวทางการป้องกันและจัดการอย่างละเอียด
เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคบนพื้นบ้าน ควรใช้กลยุทธ์การทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ:
- การทำความสะอาดประจำวันและสม่ำเสมอ:
- ดูดฝุ่น/กวาด: ดูดฝุ่นพื้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะพื้นพรม ซึ่งเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นชั้นดี ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA Filter) เพื่อไม่ให้ฝุ่นและเชื้อโรคฟุ้งกระจาย
- ถูพื้น: ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปในการถูพื้นเป็นประจำก็เพียงพอแล้ว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีความรุนแรงเกินจำเป็น เพราะอาจทำให้เชื้อโรคดื้อยาและทำลายระบบภูมิคุ้มกันของผู้อยู่อาศัยได้
- เน้นจุดเสี่ยง: ทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น พื้นทางเข้าบ้าน พื้นหน้าห้องน้ำ และบริเวณที่เด็กใช้คลานเล่น
- การควบคุมความชื้นและอากาศ:
- กำจัดแหล่งชื้น: ตรวจสอบรอยรั่วซึมและกำจัดความชื้นสะสมทันทีหลังพบ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยหลักในการเจริญเติบโตของเชื้อรา
- ถ่ายเทอากาศ: เปิดประตู หน้าต่าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก รับแสงแดด เพื่อช่วยลดความอับชื้นและฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ
- สุขอนามัยส่วนบุคคล:
- ล้างมือ: ล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธีเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังจากสัมผัสพื้นผิวที่เสี่ยง
- ถอดรองเท้า: ควรถอดรองเท้าไว้หน้าบ้านเสมอ เพราะเชื้อโรคจากภายนอกกว่า 90% มักติดมากับรองเท้า
การใส่ใจดูแลความสะอาดบนพื้นบ้านอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากภัยเงียบที่มองไม่เห็น และ Mister Clean น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ ขจัดคราบและฆ่าเชื้อโรค อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ครอบครัวห่างไกลจากเชื้อโรคได้ครับ เพราะ !!
- สามารถใช้กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นและเครื่องดูดฝุ่นถูพื้น
- น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ Mister Clean ออกแบบมาให้ใช้งานกับเครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และหุ่นยนต์ถูพื้น และสามารถใช้กับไม้ม็อบทั่วไป หรือผสมใส่ฟ๊อกกี้ ก็ได้
- ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ระดับ Food contact ปลอดภัยกับสิ่งมีชีวิต เด็ก และสัตว์เลี้ยง
- ไม่มีส่วนผสมของคลอรีน และ สารที่กัดกร่อนตัวเครื่องและพื้น
- ออกแบบมาให้ใช้งานได้กับเครื่องทำความสะอาด โดยไม่ทำให้หัวฉีดอุดตัน (เครื่องดูดฝุ่นดูดน้ำ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และ หุ่นยนต์ถูพื้น)
- ใช้ได้กับทุกพื้นผิว สามารถทำความสะอาดและขจัดคราบได้ โดยไม่ทำลาย กัดกร่อน หรือทำให้สีพื้นลอกหรือด่าง
- ปกป้องพื้นผิวจากเชื้อโรคยาวนานสุดถึง 2 ชั่วโมง (*ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิว)
- สามารถขจัดคราบ และฆ่าเชื้อโรคในทีเดียว
- สามารถฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ 99.99%
- ผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล ในไทย และสถาบันอื่นในต่างประเทศ
หากสนใจคลิกที่รูปด้านล่างนี้ได้เลยครับ ^^

