ในวัยทำงานย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องจนไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบทั้งกับตนเองและคุณภาพของงานได้ ดังนั้น การวางแผนการพักผ่อนจึงมีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นวิธีบริหารเวลาที่ช่วยให้เกิด Work-Life Balance หรือความสมดุลในการใช้ชีวิต และช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หากทำงานหนักเพียงอย่างเดียว จนไม่มีการพักผ่อนหรือวางแผนการพักผ่อนที่เพียงพอ อาจส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ และอาจเกิดความเสี่ยงในการเป็น ภาวะ Burnout Syndrome หรืออาการหมดไฟในการทำงาน ตามมาได้ สำหรับใครที่สงสัยว่า การวางแผนการพักผ่อนมีประโยชน์อย่างไร? และจะสามารถเลือกกิจกรรมใดได้บ้าง?

บทความนี้จะแนะนำตัวอย่างกิจกรรม พร้อมตัวช่วยในการวางแผน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

 

การวางแผนพักผ่อนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

การพักผ่อน หมายถึง การหยุดพักหรือละเว้นจากการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสลดความเหนื่อยล้าจากกิจวัตรประจำวัน สำหรับวัยทำงานที่มีกิจกรรมมากมายระหว่างวัน การวางแผนการพักผ่อน ถือเป็นอีกเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพที่ช่วยเสริมให้สุขภาพร่างกายและจิตใจมีความสมบูรณ์พร้อม โดยประโยชน์ของการวางแผนการพักผ่อน มีดังนี้

  • ช่วยให้ระบบร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ และมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้มีตารางชีวิตที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น โรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

 

5 กิจกรรมพักผ่อนที่วัยทำงานสามารถทำได้ทุกวัน

สำหรับวัยทำงานที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกกิจกรรมพักผ่อนอย่างไร ในส่วนนี้ได้รวบรวม 5 กิจกรรมพักผ่อนที่ง่ายต่อการผ่อนคลายและสามารถทำได้ในทุกวัน รวมถึง ประโยชน์ของแต่ละกิจกรรม ดังนี้

1. นอนหลับพักผ่อน

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นการพักผ่อนที่สำคัญมากสำหรับทุกคน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้หยุดพักจากทุกกิจกรรม ซึ่งจะช่วยขจัดความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจได้ รวมถึง ช่วยให้ระบบร่างกายได้ปรับสมดุลให้เป็นปกติ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น ปัญหาหลงลืมง่าย ปัญหาสุขภาพผิว และการติดเชื้ออื่นๆ นอกจากนี้ การนอนหลับยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำปฏิบัติงานในครั้งต่อไปได้อีกด้วย

ก่อนนอนหลับพักผ่อนควรทำอย่างไร?

เพื่อเสริมให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ควรปรับพฤติกรรมและปฏิบัติตามวิธีทำให้นอนหลับง่าย ซึ่งมีดังนี้

  • จัดเวลาในการนอนหลับให้เหมาะสม โดยวัยทำงานควรนอน 7-9 ชั่วโมงต่อวัน
  • จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม เช่น มีแสงน้อย และมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย และสะอาด เช่น เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย หรือผ้าซาตินที่มีเนื้อบาง และระบายอากาศได้ดี
  • ดื่มนมหรือน้ำเปล่าก่อนนอน เพราะในน้ำนมมีสารเมลาโทนินเป็นสารที่ช่วยให้นอนหลับได้สนิท ส่วนน้ำเปล่าสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในระหว่างนอนหลับได้
  • อาบน้ำ หรือแช่น้ำอุ่นก่อนนอน เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ แต่หากไม่สะดวกแช่ทั้งตัว สามารถแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นแทนได้ เพื่อให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น

วิธีการวางแผนและการจัดเวลาในการพักผ่อน

ระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมมีความแตกต่างตามความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงวัย จากข้อมูลของ National Sleep Foundation เวลาที่ใช้ในการนอนหลับที่เหมาะสมกับวัยทำงาน ซึ่งจะมีอายุระหว่างหนุ่มสาว (18-25 ปี) และวัยผู้ใหญ่ (26-64 ปี) คือ ควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง

ในการจัดเวลาสำหรับการนอนหลับพักผ่อน จำต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ในวันที่ไปทำงาน ต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง และการทำงานระหว่างวันด้วย โดยการจัดเวลาในการพักผ่อน สามารถกำหนดเป็นตารางเวลา ที่ระบุกิจวัตรที่ทำได้ เช่น วันจันทร์ถึงวันศุกร์ หลังกลับจากการทำงาน อาจใช้ช่วงเวลา 20.00–21.30 น. ในการทำกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ อย่างการดูละคร หรือฟังเพลง จากนั้นนอนหลับพักผ่อนในเวลา 22.00–06.00 น. เป็นต้น  ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดอาจปรับเปลี่ยนตารางกิจกรรมให้เหมาะสมกับกิจวัตรของแต่ละคนได้

2. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย คือ การเคลื่อนไหวร่างกายหรือกระตุ้นให้ร่างกายทำงานมากกว่าภาวะปกติ แต่เป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ และเสริมภูมิคุ้มกัน รวมถึง ยังทำให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน  (Endorphin) และเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งสร้างความสุข และผ่อนคลายความเครียดได้ ช่วยเสริมให้ร่างกายนอนหลับพักผ่อนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีหลายผลวิจัยรองรับว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยให้อายุยืนยาวเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 1-1.5 ปีเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ไม่อยากออกกำลังกายหนักๆ สามารถเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เน้นการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการกำหนดลมหายใจได้ เช่น โยคะ หรือไทเก๊ก ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการผ่อนคลายร่างกายได้เช่นกัน

ก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายควรทำอย่างไร?

หากคุณอยากเลือกการออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งวิธีการพักผ่อน การทำสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน โดยไม่รู้สึกเบื่อ และยังได้ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย โดยมีดังนี้

  • สำรวจสุขภาพของตนเอง เพื่อให้ทราบข้อจำกัดทางด้านร่างกาย และยังช่วยในการตัดสินใจเลือกชนิดของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศ วัย และสภาพร่างกายของตนเองอีกด้วย
  • กำหนดโปรแกรมการออกกำลังกาย โดยควรกำหนดให้มีความหลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และได้บริหารร่างกายทุกส่วน รวมถึง ยังช่วยให้สามารถเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น และประเมินการออกกำลังกายของตนเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
  • ออกกำลังกายโดยยึดหลัก 4 พ. ได้แก่ บ่อยพอ หนักพอ นานพอ และพอใจ
  • คำนึงถึงข้อควรระวังในการออกกำลังกายเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกายรูปแบบนั้นๆ

วิธีการวางแผนและการจัดเวลาในการออกกำลังกาย

การวางแผนในการออกกำลังกาย สามารถทำได้โดยจัดตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน และกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เช่น วันจันทร์และวันพุธเน้นการออกแบบแอโรบิก จึงเลือกวิ่งจ็อกกิงหรือว่ายน้ำ วันอังคารเน้นส่วนแขน จึงเลือกการยกดัมเบลล์ หรือวันพฤหัสบดีเลือกการออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวช้าๆ จึงเลือกโยคะก่อนนอน เป็นต้น

โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรืออาจขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ทั้งนี้ ก่อนออกกำลังกายควรอบอุ่นร่างกาย 5-15 นาที และหลังจากออกกำลังควรยืดกล้ามเนื้อ 5-15 นาทีด้วยเช่นกัน เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อม และช่วยลดโอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้

3. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ในความเป็นจริง การกินอาหารที่ชอบสามารถช่วยในการพักผ่อนได้ เพราะทำให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินจากความพึงพอใจ ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดได้ ทั้งนี้ พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือในปริมาณที่มากเกินความต้องการ ก็สามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้เช่นกัน ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี จึงต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมาะสม โดยควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้ง ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารและสามารถดูดซึมในระบบต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่มีปัญหาการนอนพักผ่อน สามารถเลือกกินอาหารบางชนิดที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาแซลมอน หรือชาดอกคาโมมายล์ เป็นต้น

ก่อนเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ควรทำอย่างไร?

ในการวางแผนพักผ่อนด้วการเลือกกินอาหาร จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถเลือกเมนูอาหารที่ทั้งถูกปาก และมีประโยชน์ต่อร่างกายไปควบคู่กัน ซึ่งสิ่งที่ควรสำรวจตัวเอง มีดังนี้

  • ศึกษาว่าร่างกายมีปัญหาอะไร จะช่วยให้รู้ว่าตนเองกำลังขาดสารอาหารประเภทไหน และควรกินอะไรเพิ่มเติมบ้าง เช่น มีปัญหาเลือดออกตามไรฟัน อาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินซี ควรกินผลไม้รสเปรี้ยว หรือรู้สึกอ่อนเพลีย และผิวแห้งกร้าน อาจเกิดจากการขาดไขมัน ควรกินอาหารที่ให้ไขมันดีอย่างปลาแซลมอน อกไก่ และไข่ต้ม
  • คำนึงถึงคุณค่าอาหารต่อสุขภาพควบคู่กับความถูกใจ แม้อาหารที่ถูกปากจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินได้ แต่ก็ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะและพอดี เพื่อไม่ให้มีปัญหาสุขภาพตามมา
  • หากมีอาการแพ้อาหาร ควรเลือกทานอย่างระมัดระวัง แม้อาหารบางชนิดจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาแพ้อาหารประเภทนั้นๆ ควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด โดยควรเลือกรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารแบบเดียวกันแทน เช่น หากคุณแพ้นมโค อาจเลือกนมถั่วเหลือง และเนื้อสัตว์อื่นๆ เพื่อให้ได้รับโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน

วิธีการวางแผนและการจัดเวลาในการทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารอย่างเป็นเวลา จะช่วยเสริมให้การทำงานของระบบร่างกายมีความสมดุล และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน หรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร ดังนั้น การวางแผนและจัดเวลาทานอาหารจึงสำคัญ โดยเฉพาะคนที่อยากลดน้ำหนัก ถ้าทานได้ตามแผนที่วางไว้ จะช่วยสลายไขมันได้ดีขึ้น ทั้งยังไม่ต้องอดอาหารอีกด้วย ซึ่งเกณฑ์ในการวางแผนอาหารแต่ละมื้อ มีดังนี้

  • มื้อเช้า 07.00–09.00 น. ต้องมีสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย เช่น แซนวิชทูน่า และน้ำเต้าหู้
  • มื้อกลางวัน 11.00–13.00 น. ควรกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นสำคัญ เลือกทานไขมันพอประมาณ และควรมีผลไม้ด้วย เช่น ผัดกะเพราหมูสับ และฝรั่ง
  • มื้อเย็นทานก่อนเวลา 20.00 น. ควรหลีกเลี่ยงเมนูไขมันสูง ไม่ควรกินมากเกินความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้ประสาทตื่นตัวจนนอนไม่หลับ โดยตัวอย่างเมนู เช่น ส้มตำผลไม้ และน้ำเปล่า

4. หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายร่างกาย

กิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยในการพักผ่อนได้ เช่น การนวด หรือการสปา ที่สามารถคลายจากความเหนื่อยล้า หรืออาการปวดเมื่อยเป็นอย่างดี ยิ่งกับวัยทำงานที่อาจโหมทำงานหนักโดยไม่ได้ดูแลสุขภาพแล้ว การนวด การสปา หรือการใช้สมุนไพรแช่เท้าทำเอง จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือดลมในร่างกาย เพิ่มพลังงาน ลดความเครียด ทั้งยังช่วยให้ได้อารมณ์ผ่อนคลาย ปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการนอนหลับพักผ่อนอีกด้วย

ก่อนเลือกกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายควรทำอย่างไร?

หากคุณเลือกกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลายร่างกายเป็นการพักผ่อน ในการวางแผนและเลือกกิจกรรม จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้

  • ข้อจำกัดของแต่ละกิจกรรม เช่น ไม่ควรนวด หากเป็นโรคผิวหนัง มีอาการอักเสบ มีบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือน หากต้องการแช่เท้าในสมุนไพร ควรระวังอาการแพ้สมุนไพร และ ผู้เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้มีบาดแผลหรือโรคผิวหนังที่เท้าควรหลีกเลี่ยง
  • ค่าใช้จ่าย กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การนวด หรือการทำสปา ล้วนมีค่าบริการที่จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้ แต่หากต้องการประหยัด การเลือกการผ่อนคลายด้วยการแช่เท้าในน้ำเกลือ หรือสมุนไพรที่หาได้ในครัวเรือน จะเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
  • ระยะเวลา กิจกรรมผ่อนคลายเหล่านี้ มีการใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกัน เช่น ควรแช่เท้าประมาณ 10-15 นาที แต่ไม่ควรเกิน 30 นาที ส่วนการนวดหรือการสปามีระยะเวลาตั้งแต่ 30 นาที หรือ 2 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือก ดังนั้น บางกิจกรรมที่ใช้เวลานาน จะเหมาะกับเลือกทำในช่วงวันหยุด มากกว่าหลังเวลาเลิกงาน  

วิธีการวางแผนและการจัดเวลาในการทำกิจกรรมผ่อนคลายร่างกาย

การวางแผนที่ดีจะทำให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงควรเลือกวันและเวลาให้เหมาะสมกับรูปแบบกิจกรรมผ่อนคลายร่างกาย เช่น กิจกรรมที่ใช้เวลานาน ควรเลือกทำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นต้น

  • การนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ควรนวดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือสองอาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง ไม่ควรนวดทุกวันเพราะต้องให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อน
  • การทำสปา ไม่มีกำหนดตายตัว จะทำเวลาใดขึ้นอยู่กับแต่ละคน สามารถทำได้ทุกเมื่อ แต่ทั้งนี้ควรหาข้อมูลต่างๆ ให้รอบคอบและครบถ้วน เพื่อได้รับการทำสปาที่เหมาะสมและดีต่อตนเองทุกด้าน
  • การแช่เท้า ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ตั้งแต่ 19.00 – 23.00 น. การแช่เท้าในช่วงเวลานี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น และช่วยปรับคุณภาพการนอน ให้นอนหลับไปสนิทมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกการแช่เท้าก่อนนอนในวันทำงานได้ เนื่องจากใช้เวลาต่อครั้งไม่นาน

5. ทำงานอดิเรกที่ช่วยผ่อนคลาย

นอกจากการทำงานอดิเรก เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ การท่องเที่ยว การถ่ายภาพ หรือเล่นดนตรี จะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตต่างๆ เช่น เพิ่มพลังบวกให้จิตใจ สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เสริมร่างกายให้แข็งแรง และอาจช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมจากงานอดิเรกได้ด้วย เป็นต้น

ก่อนเลือกงานอดิเรกควรทำอย่างไร?

การเลือกงานอดิกเรกให้เหมาะสมกับตนเอง จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขในขณะที่ทำกิจกรรมนั้น จึงควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

  • ความถนัดและความสนใจ เนื่องจากแต่ละคนมีสิ่งที่สนใจและถนัดแตกต่างกัน
  • ระยะเวลาที่ว่าง หากเป็นผู้ที่มีเวลาน้อยควรเลือกงานอดิเรกที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากเกินไป เช่น การฟังเพลง หรือการอ่านเรื่องสั้น
  • ค่าใช้จ่าย หลายๆ งานอดิเรก สามารถก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมาได้ เช่น ชมภาพยนตร์ในโรงหนัง หรือการเข้าเวิร์กช็อปทำงานประดิษฐ์ ดังนั้น สำหรับผู้ที่อยากประหยัดงบ ควรเลือกงานอดิเรกที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากนัก
  • รูปแบบการเข้าสังคม งานอดิเรกมีทั้งแบบที่ได้พบเจอผู้คนอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว หรือการเข้าคอร์สสอนทำขนมหวาน และรูปแบบที่สามารถทำได้คนเดียว เช่น อ่านหนังสือ ดูซีรีส์ หรือการทำสวน
  • ความท้าทายของกิจกรรม หากต้องการความท้าทายทางร่างกายควรเลือกกีฬาหรือการเต้นรำ หากต้องการความท้าทายของความคิดควรเลือกการเล่นหมากรุกหรือบอร์ดเกม เป็นต้น

วิธีการวางแผนและการจัดเวลาในการทำงานอดิเรก

งานอดิเรกจะเกิดจากความสนใจและความสนุกสนานเป็นหลัก ซึ่งจะทำตอนไหนก็ได้ตามที่เห็นสมควร หรือทำในเวลาที่ต้องการผ่อนคลายจากความเครียด แต่ต้องไม่กระทบกับงานและกิจวัตรประจำวันอื่นๆ โดยอาจเลือกทำในตอนพักหลังทานอาหารเที่ยง ตอนเย็นหลังเลิกงาน ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หรือในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น ทั้งนี้ต้องดูประเภทของงานอดิเรกควบคู่ไปด้วย เพราะจะมีการจัดการและเวลาในการทำงานอดิเรกที่แตกต่างกัน

งานอดิเรกที่เน้นความชอบและการใช้ทักษะ มักเกิดจากความชอบ ความสนใจ และทักษะของแต่ละคน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ทำอาหาร เล่นเกม เป็นต้น

งานอดิเรกที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย อาศัยความคล่องตัวและการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การเล่นกีฬาประเภทต่างๆ โยคะ วิ่ง เต้นรำ เล่นดนตรี หรือเดินป่า เป็นต้น

และ…. ถ้าเวลาพักผ่อนของเราสามารถทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้ จะดีกว่าไหมครับ หากงานบ้าน ดูดฝุ่น ถือพื้น เก็บขยะนั้น ให้เทคโนโลยีเข้ามาทำแทนเราได้ O_o”

Mister Clean Alpha หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้น พร้อมแท่นอัจฉริยะ เก็บฝุ่น ซักผ้าถู เติมน้ำฆ่าเชื้อ ล้างม็อบ เป่าลม

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นที่ครบครันที่สุดในราคาเอื้อมถึง Mister Clean รุ่น Alpha แบบ 6-in-1 ดูดฝุ่น/ถูพื้น/ทำความสะอาดม็อบ/เป่าแห้ง/ผลิตน้ำ electrolyzed water/เก็บขยะเองหลังทำความสะอาดเสร็จ

  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะพร้อมเทคโนโลยีนำทางแบบ LiDAR และ AI แบบใหม่ล่าสุด ช่วยในการวิเคราะห์อุปสรรคต่าง ๆ พร้อมทำความสะอาดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • หุ่นพร้อมทำงานทันทีไม่ต้องรอสร้างแผนที่ ด้วยเทคโนโลยีผสมผสานระหว่าง 3D Mapping กล้อง และ AIVI 3D เพื่อให้หุ่นยนต์ตรวจจับแหละหลีกเลี่ยงวัสดุบนพื้นได้ดียิ่งขึ้น
  • ดูดแรงถึง 5,300PA ดูดขึ้นแม้แต่ฝุ่นที่อยู่ตามซอกพื้นหรือร่องยาแนว พร้อมแปรงปัดด้านหน้าสองข้าง ช่วยเก็บฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ลดการกระจายของฝุ่น
  • Station Dock ที่มีพร้อมทั้งถังน้ำสะอาดและถังน้ำสกปรกขนาดใหญ่ถึงถังละ 4 ลิตร ไม่ต้องคอยเติมน้ำบ่อยๆ
  • ถังเก็บฝุ่นอัตโนมัติหลังทำงานขนาดใหญ่ถึง 3.5 ลิตร ไม่ต้องคอยเทฝุ่นทิ้งบ่อยๆ หลังการใช้งาน
  • Carpet Detection ทำงานไม่สะดุดด้วยเทคโนโลยีตรวจจับพรม พร้อมเพิ่มแรงดูดขณะขึ้นพรมและยกม็อบขึ้นทันที 20 mm.
  • ม็อบแบบคู่ด้วยระบบปั่น 360 องศาขณะทำงาน พร้อมแรงกดขนาด 6 นิวตันระหว่างถู ทำความสะอาดได้แม้คราบสกปรกและคราบเหนียวเนหนอะหนะ
  • ถังน้ำสะอาดสำรองในตัวเครื่อง ทำความสะอาดพื้นที่ได้สูงสุดถึง 150 ตร.ม. คอยเติมน้ำสะอาดขณะทำงานพื่อการถูที่ดียิ่งขึ้น
  • ถังน้ำสะอาดสามารถผลิตน้ำ Electrolyzed Water ฆ่าเชื้อแบบออแกนิกส์ สะอาดและปลอดภัย
  • ระบบเป่าลมร้อนที่ม็อบหลังการถูบ้าน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและลดกลิ่นไม่ถึงประสงค์หลังการใช้งาน
  • สั่งงานผ่าน Application ได้ สะดวกสบาย สะอาดทันใจ ด้วย Application SMARTLIFE ที่รองรับ/ใช้งานทั่วโลก
  • สินค้ารับประกันศูนย์ไทย มอเตอร์นาน 2 ปี แบตเตอรี่ 1 ปี

ลองคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ

ขอขอบคุณเว็บไซต์ cwtower.com สำหรับเนื้อหาของบทความดีๆที่แอดมินอ่านแล้วต้องบอกเลยว่า เขียนได้ดีจริงๆครับ ♥

No products in the cart.